You will never "DROP" alone.

posted on 20 Aug 2010 19:10 by jibjibb in Diary

แรงบันดาลใจนี้ไม่ได้มาจากใคร

มาจากตัวผ๊มมมเอง = =

ฮ่าๆ เพิ่งเรียนปีนึงเทอมแรก หลังจากสอบมิดเทอม ณ บัดนาว ผมก็ถอนไปแล๊ววว 2ตัวววว

... กะลังไตร่ตรองอยู่ขณะนี้ จะถอนมันเพิ่มอีกสักตัวมะ

  รู๊ดี การถอนนั๊นไม่ดี

  รู๊ดี การถอนนั้นทำใจจบช้า

แต่ทว่า SLOW BUT SURE!

ด้วยห่วงพฤติกรรมตัวเองที่ไม๊ค๊อยดี ให้อ่านสองสามวันก่อนสอบ รนเครียดกลายเป็นฟุ้งจนแทบอ่านไม่ได้ไปทุกที= = ให้อ่านได้ก็อ่านไม่ทันอยู่ดี หัวไม่ไบรท์ขนาดอ่านสามวันสอบได้ + +"

กลัวจะไฟท์ต่อไม่ไหว...

ไม่ไหวในทีนี่ คือ ให้อ่านหนังสือสองวันก่อนสอบ สามวันก่อนสอบ ไฟท์ไม่ทัน ไม่ใช่คนรอบจัด

อยู่มัธยมมา ก็เรียนพิเศษตลอด ก่อนสอบ ยิ่งตั้งใจจะอ่านเท่าได้ ยิ่ง"หลุด"มากเท่านั้น

 สารภาพด้วยความจริง วิชาไหนไม่เรียนพิเศษ อ่านเอง ตอนมัธยม สอบยังตกได้ซ่อมเลย

ที่รอดเข้ามหาลัยได้เข้าคณะเด็กสายศิลป์ ช่วง ม6 ที่เปลี่ยนสำรับไพ่ ลุยตั้งใจจะชอบเข้า บัญชีฯ มธ นั้นมา...

การบ้านในห้องพวกวิชาวิทย์พึ่งเพื่อนทั้งหมด การผ่านสอบกลางภาค ปลายภาคที่ไม่ใช่วิชาคณิตหรือภาษาอังกฤษนั้น... มาจากกฎการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมล้วนๆ

แลกเปลี่ยนSMSหนะ = ="

 จะมีสักคนไม๊นะที่เป็นอย่างผ๊ม อยากจะบอกคุณว่า You will never drop alone!

เอวังประกาละชะนี้ ดร็อปเพื่อชัวร์ ลงใหม่ครั้งหน้า ข้าจะเต็มที่กับการอ่านทวน อ่านบี้ ชอร์ทโน๊ต ฝึกไอ้สิ่งที่เรียนมาทุกเย็นย่ำค่ำวัน ไม่เก็บกรังเอาไปเตรียมตัวก่อนสอบสองสามวัน ซึ่งฟิตไม่ทันรอบไม่จัด ความสามารถในการเรียนรู้เร็วไม่ถึงขั้นนั้น....

edit @ 20 Aug 2010 19:22:47 by JiBJiBB:บล็อคไดอารี่ที่พิมพ์ร่ายไปเรื่อย

edit @ 20 Aug 2010 19:24:39 by JiBJiBB:บล็อคไดอารี่ที่พิมพ์ร่ายไปเรื่อย

edit @ 20 Aug 2010 19:27:00 by JiBJiBB:บล็อคไดอารี่ที่พิมพ์ร่ายไปเรื่อย

เดชะบุญครานี้ ประเดิมเลยกับการสอบครั้งแรกในชีวิตมหาลัย แม้จะเป็นการสอบมิดเทอมก็เถอะ(ขณะนี้พิมพ์อยู่ก็ยังพิมพ์ไม่เสร็จ)

 เรียนก็หลบบ่อย เรียนกะครูไม่เข้าใจ ก็ไม่เข้าคิดว่าจะอ่านจะฝึกไม่เข้าใจถามเพื่อน

 แต่เคยทำ ไหม???

 ไม่.

 หลบๆก็ไม่อ่าน มัวแต่เล่นๆ อ่านนิยาย  ดูทีวี เล่นเน็ท ไปซะงั้นชิลล์สุดๆ

 ก่อนวันนึงถึงได้อ่าน 

อ่านก็อ่านแบบ(ตัวเงินตัวทอง)ๆ ก่อนสอบว่างทั้งวันไม่ได้ติดไรเลยแต่เช้าของวันก่อนสอบวันนึง จนเช้าก่อนไปสอบอีกวัน รวมสิทธิอ่านได้แค่...1...ชั่วโมง ถึงแม้ว่าไทยจะอ่านหนังสือนอกเวลา ที่น่าจะใช้เวลาในการอ่านประมาณ10-20ชั่วโมงได้ แต่หนังสือนอกเวลาคะแนนมันแค่ไม่เท่าไหร่ แต่มันไม่ใช่เรื่องของเวลาที่อ่านได้ว่าน้อยไปจะเป็นเรื่องใหญ่(เพราะมันเรื่องใหญ่อยู่แล้ว - -") แต่มันเป็นเหลืองของวินัยในตนเอง คน(ตัวเงินตัวทอง)อะไร ก่อนสอบมีเวลาทั้งวันทำอะไรไม่รู้ เตรียมตัวอ่านก่อนสอบได้แค่1ชั่วโมง  (ไม่ได้คิดอคติตัวเองแน่ เวลาที่อ้างอิง คือเวลาที่ผมจดบันทึกปริมาณเวลาต่อวันผมใช้ทำอะไรไปมั่ง จนเช้าก่อนสอบอ่านได้แค่ชั่วโมงเดียวจริงๆ)

หลังจากสอบวันแรกกลับมาตั้งจะเอาใหม่ ดูผลสุดท้่ายก่อนสอบของวันนี้ อ่านได้ ...4.5..ชั่วโมงครึ่ง เฮ้อ เศร้าใจตัวเอง 

 วันนี้ยิ่งแล้วใหญ่ ยังไม่ได้อ่านเลย ถ้าหักลบ เวลาต่างๆตั้งแต่อาบน้ำ นอน กินข้าวจนไปสอบพรุ่งนี้ แค่2ชั่วโมงเอง

วันนี้คงต้องลงทันลงโทษตัวเองละ ต้องอ่านทด ด้วยเอาไปลบเวลานอน อย่างน้อยก็ต้องให้ได้เท่าพรุ่งนี้ ไม่งั้นความ(ตัวเงินตัวทอง)ของเรา ดูมันจะหลาบและแก้ไขเลย นี่ขนาดจดเวลาให้ดูตำตาแล้วว่าใช้เวลาได้แย่แค่ไหน ยังปรับปรุงไม่ได้เลยชีวิต

เฮ้อ เราน้อเรา อยากเป็นเจ้าคนนายคนมีธุรกิจเป็นของตัวเอง แค่ตัวเองที่ควบคุมได้100%ยังคุมตัวเองไม่ได้ จะไปสั่งไปควบคุมลูกน้อง ทำธุรกิจได้อย่างไร ... ต้องเริ่มจากคุมตัวเองให้ได้สิน่า ตัวเราเอง ชีวิตเราเอง จิตใจของเราเอง ลมหายใจของเราเอง ต้องควบคุมให้ได้!

Mac เครื่องแรกของผม

posted on 29 Jul 2010 22:29 by jibjibb in Diary

ผมบอกตรงๆว่าซื้อแมคมาผมยังไม่เคยใช้แมคมาก่อนเลย

 

เกิดมาเล่นคอม ก็เล่นแต่วินโดว์ แต่การที่ซื้อแมคนั้นเกิดจากสองปัจจัยหลักๆเลย

 

หนึ่ง อาซื้อให้เป็นของขวัญเข้ามหาลัย ถ้าไม่ใช่ปัจจัยแรกไม่คิดสนใจเลย

 

สอง อย่างลองของ แต่ถ้าไม่มีข้อหนึ่งก็คงไม่เล่น เพราะมองตามสเปค ฮาร์ดแวร์แล้ว ซื้อแมคดูไม่คุ้มยังไงไม่รู้ แต่ว่าด้วยความขึ้นชื่อในเรื่องสมบูรณ์แบบ

 ที่รู้ๆคือมันฟังดูเจ๋งกว่า วินโดว์ เพราะบริษัท ทำโอเอสทำเครื่องขายเอง มันน่าจะแมชเหมง สมบูรณ์ทางด้านฮาร์ดแวร์ประกับกับโอเอสได้ดีกว่า วินโดว์ ที่ไมโครซอร์ฟ ผลิตแล้วขายให้ใครก็ไม่รู้ จะเอาไปใช้กับฮาร์ดแวร์อะไรก็ไม่รู้ ที่เจ้าของโอเอสก็ไม่เคยได้ลองเทสว่าเวิร์ค หรือว่ามีบั๊กปัญหาตรงไหนหรือเปล่า แค่กำหนดเสปคแล้วให้ผู้ผลิตไปลองเองเท่านั้น

ในส่วนของดีไซน์รูปลักษณ์ก็เป็นส่วนนึง แรกเลยตอนแรก ผมว่าจะเอาแมคบุ๊คสีขาวธรรมดา ไม่เอาแม็คโปร แต่ด้วยคุณท่านแม่บอกให้ฉุกคิด เอาทำไมไม่เอาดีๆไปเลย ก็จริงอะครับ พอได้ไปเห็นตัวจริงก่อนซื้อไวท์แม็คบุ๊ค แม้จะดีไซน์ดูดี ด้วยความดีไซน์ให้เรียบเท่ห์แบบมินิมอลลิส แต่ตัวเครื่องก็ทำมาจากโพลี่คาร์บอเนต แม้ว่ารุ่นใหม่จะบอกว่าทนทานขึ้น ไม่เสี่ยงที่จะร้าวมุมเหมือนรุ่นก่อน แต่โพลี่คาร์บอเนตยังไงดูแล้ว ก็ดูด้อยกว่าโลหะ ด้วยจากการเตือนของคุณแม่ ว่าคิดดูดีๆ ของแบบนี้ ซื้อแล้วอัพยาก ก็มองเห็นว่า โฉมโลหะของแม็คบุ๊คโปรดูทนทานสวยงาม น่าจะอยู่คู่การใช้งานของผมไปอีกนานจริงๆ หากลงทุนไปก็ดูคุ้มค่า รวมทั้งค่าตัวที่เพิ่มอีกห้าพัน(ผมซื้อในราคานักศึกษาที่ยูสตอร์ ธรรมศาสตร์อะครับ) เพิ่มแรมอีกสองกิ๊ก แล้วได้ตัวเครื่องบอดี้เป็นอลูมิเนียมดูยังไงก็คุ้มกับการอัพอีกห้าพัน แม้ราคามันจะดูแพงเว่อร์ แต่ก็ดูคุ้มจะลงทุนหนะนะ ผมว่า

ได้มาเล่นยังงูๆปลาๆอยู่เลยครับ จากเคยเขาขั้นโปรในคอม ชอร์ทคัทใช้มันให้คลัก แบบที่เพื่อนเห็นก็งงว่าทำอะไรได้เร็วด้วยการใช้ปุ่มชอร์ทคัทต่างๆ ความรู้ด้านโปรแกรมต่างๆที่สนใจสั่งสมมาแสนนาน การดูแลรักษาดีแฟลกฆ่าไวรัสที่โปรไม่เป็นลองใคร ประสบการณ์บนพื้นฐานการเล่นคอมด้วยวินโดว์กว่าสิบปีทำให้ผมเชี่ยวชาญเอาการ เป็นที่ปรึกษาให้ใครหลายคนมาตลอดนั้น

....มาวันนี้เริ่มใช้แมคทำเอาเหมือนคนเล่นคอมไม่เป็นเลยครับ เปลี่ยนภาษาผมยังไม่รู้เลย ต้องถามจากทางร้านที่ซื้อว่ากดยังไง ฮ่าๆ นี่ไงความอยากลองของ ต้องมีอันทำให้ได้หัด ได้เรียนรู้ใหม่หมด แต่ผมว่าคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง มันอาจจะเปิดประสบการณ์สู่สิ่งใหม่ๆที่ดีกว่าก็ได้ เด๋วก็จะลองอ่านๆเรียนรู้จากหนังสือที่ซื้อมา แล้วลองทำโน่นทำนี่ดู

 

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่ว่ามือคลำ สิบมือคลำไม่เท่าลองเอง... ผมได้ยินทั้งด้านดีด้านร้ายจากแมคมาเยอะ แต่ผมก็อยากรู้จากตัวเองเป็นที่สุดอะครับ

 อยากรู้จังมีใครอ่านอยู่และสนใจบทความบ้าง หากได้อ่านจนถึงบรรทัดนี้ หากท่านกำลังคิดสนใจอยากเปลี่ยนมาใช้แมค อยากตามอ่านอยากให้ผมอัพเอนทรี่ใหม่เรื่อยๆ ว่าประสบการณ์จากการเปลี่ยนจากใช้วินโดว์มาใช้แมคเป็นยังไงมั่ง รู้สึกอย่างไร มีข้อดีข้อด้อยตรงไหน  ช่วยเม้นทีเป็นกำลังใจแก่ผมทีเน้อครับจะได้มีกำลังใจอัพเรื่อยๆ เพราะถ้าไม่รู้สึกสนใจ ผมก็ไม่รู้ว่าจะอัพทำไมอะนะครับ พิมพ์ไปก็เหนื่อยป่าว หัดลองทำโน่นทำนี่ในแม็คยังจะดีกว่า^^ 

edit @ 31 Jul 2010 17:44:12 by JiBJiBB:บล็อคไดอารี่ที่พิมพ์ร่ายไปเรื่อย

edit @ 31 Jul 2010 17:44:58 by JiBJiBB:บล็อคไดอารี่ที่พิมพ์ร่ายไปเรื่อย